การถูกกระแสพัดจากเรือไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นแบบกะทันหันแต่หากคุณสังเกตไม่ดี เหตุการณ์นี้อาจจะเกิดขึ้นและก่อให้เกิดความตื่นตระหนก ความอ่อนเพลีย และอาจก่อให้เกิดรุนแรงปัญหารุนแรงอื่นๆตามมา การเป็นคนช่างสังเกตรวมทั้งรู้จักวางแผนการดำน้ำของคุณ สามารถช่วยให้คุณหลุดพ้นจากปัญหาต่างๆ เหล่านี้ได้ แต่ถ้าหากคุณถูกกระแสพัดและไม่สามารถกลับมาที่เรือให้ เรามีขั้นตอนที่ทำให้คุณได้รับความช่วยเหลือได้ ดังนี้
1. อย่าฝืนสู้กับกระแส
การต่อสู้กับกระแสแรงเป็นเรื่องที่ไม่น่าทำอย่างยิ่ง วิธีที่ช่วยคุณกลับไปที่เรือได้ ได้แก่
- การว่ายน้ำทแยงกระแสเป็นวิธีหนึ่งที่ให้คุณเข้าใกล้เรือได้มากขึ้น อาจจะทำให้คุณสามารถจับสายเชือกที่ส่งมาจากเรือได้
- ถ้าหากคุณมีอากาศเหลืออยู่และข้างล่างค่อนข้างตื้น ให้คุณดำลงในใต้น้ำและกลับไปทางเรือโดยวิธีนี้ เพราะโดยปกตินั้นกระแสจะไม่ค่อยแรงใต้น้ำ

ถ้าหากคุณไม่สามารถใช้วิธี 2 วิธีดังกล่าวข้างต้น ยังไงก็ตามคุณไม่ควรที่จะต่อสู้กับกระแส ให้อยู่เฉยๆ โดยการเติมลมเข้าไปใน BC พยายามมองหาเรือและพยายามหาวิธีแจ้งให้ลูกเรือรับทราบ
2. ให้สัญญาณขอความช่วยเหลือ
อย่างที่ทราบคุณไม่สามารถจะได้รับความช่วยเหลือถ้าหากไม่มีใครรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน สิ่งแรกที่ควรจะต้องทำคือพยายามให้คนอื่นมองเห็นตนเอง ถึงแม้คุณจะอยู่ผิวน้ำคุณจะถูกมองเห็นได้ยาก เพราะเนื่องจากคลื่น วิธีง่ายๆ ที่ทำให้คุณถูกมองเห็นจากผู้อื่น คือ คุณจะต้องสูง อยู่ในที่สว่าง และจะต้องส่งเสียงดัง คุณควรจะต้องพกอุปกรณ์ที่สามารถทำให้มองเห็นและส่งเสียงได้ทุกๆ การดำน้ำ
อุปกรณ์ที่ทำให้เกิดการมองเห็นได้ ได้แก่ sausage หรือ กระจกเพื่อส่งสัญญาณ อุปกรณ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่จะทำให้ลูกเรือมองเห็นคุณ และทำให้เรือสามารถกะระยะได้ว่าคุณอยู่ห่างเพียงแค่ไหน หาคุณใช้ sausage คุณจะต้องตั้งให้ตรง อย่าให้นอนระนาบกับผิวน้ำ เพราะไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครสามารถมองเห็นคุณได้
อุปกรณ์ที่ทำให้เกิดเสียง เช่น นกหวีด หรือ Divealert ก่อนจะเป่าให้คุณเห็นหน้าไปทางเรือ และให้สัญญาณเป็นจังหวะให้พยายามไปเรื่อยๆ ถ้าลูกเรือยังมองไม่เห็นคุณ สิ่งหนึ่งที่ควรจะรับทราบคือนกหวีดเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อเรืออยู่ใต้ลม
3. ให้อยู่นิ่งๆและทำตัวให้สบาย
ระหว่างที่รอเรือหรือความช่วยเหลืออยู่ที่ผิวน้ำ สิ่งแรกที่คุณควรจะต้องทำคือ การนิ่ง เพราะจะทำให้กัปตันเรือสามารถคำนวณระยะและทิศทางลมเพื่อที่จะกลับมารับคุณได้ ในขณะที่รอให้คุณสวมหน้ากากพร้อมทั้งคาบ regulator หรือ snorkel ไว้เพื่อป้องกันน้ำเข้าตา ปากหรือจมูก และให้เติมลมเข้า BC เพื่อคุณสามารถลอยตัวได้ แต่อย่าเติมลมจนมากเกินไป เพราะการเติมลมมากจนเกินไปในเสื้อ BC แบบที่เป็นแจ๊กเก็ต อาจบีบหน้าอกและท้องคุณ ทำให้คุณหายใจยาก หากเป็นเสื้อ BC แบบกระเป๋าลมข้างหลังหากคุณเติมลมมากจนเกินไปจะทำให้คุณคว่ำหน้าได้ ให้เอาลมออกจนกระทั่งคุณอยู่ในที่รู้สึกสบาย หากคุณรู้สึกว่ายังลอยตัวไม่สบายอาจจะเอาตะกั่วออกหรือเอาอุปกรณ์ที่ถ่วงคุณออก 
4. ไม่ละสายตาจากเรือ
เมื่อคุณถูกพัดออก จุดมุ่งหมายแรกที่คุณควรจะคำนึงคือการกลับไปที่เรือ ถ้าคนที่ดำน้ำอยู่กับคุณทราบว่าคุณถูกพัดออกแต่ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ คนเหล่านี้จะต้องค้นหาคุณ อาจจะรวมไปถึงการขอความช่วยเหลือจากผู้ดูแลชายฝั่งเพื่อทำการค้นหาและช่วยเหลือคุณ
แต่ถ้าหากคุณสามารถว่ายน้ำไปที่เรือลำอื่นและเรือลำนั้นรับคุณขึ้นหลังจากนั้นให้กัปตันเรือลำนั้นนัดแนะกับเรือของคุณเพื่อมารับ ถ้าคุณแน่ใจว่าเรือของคุณกำลังเดินทางมารับ คุณอาจจะจับสายเชือกและรออยู่ตรงนั้น แต่คุณจะต้องแจ้งให้กับลูกเรือของ เรือลำใหม่รับทราบและให้ลูกเรือทราบว่าเรือลำไหนที่คุณมาด้วย เพื่อให้เรือลำนั้นแจ้งไปยังเรือของคุณ
5. ทำร่างกายให้อบอุ่น
การลอยตัวอยู่บนผิวน้ำเป็นเวลานานๆอาจทำให้คุณหนาวหรือสูญเสียความร้อน โดยเฉพาะเมื่อคุณอยู่ในเขตพื้นที่ดำน้ำใน ที่มีอุณหภูมิของน้ำค่อนข้างเย็นควรหา วิธีการรักษาอุณหภูมิในร่างกายที่ผิวน้ำ คุณทำได้โดยกอดเข่าโดยเข่าให้ชิดหน้าอก ท่านี้จะเป็นท่าที่เก็บความร้อนที่ส่วนหัว รักแร้ และขาหนีบ ซึ่งเป็นส่วนที่เก็บรักษาความร้อน แต่ถ้าหากคุณอยู่กับเพื่อน ดำน้ำท่านอื่น อาจจะใช้วิธีอยู่เบียดรวมกัน รวมตัวกันเป็นกลุ่ม
ถ้าหากคุณรู้สึกหนาวสั่นมากๆอาจจะส่งผลทำให้คุณหมดสติได้ให้คุณรีบทิ้งตะกั่วทันที ถ้าคุณยังมีตะกั่วอยู่และคุณจะ ต้องพยายามรักษา อุปกรณ์ที่ให้สัญญาณไว้ด้วยการผูกคล้องกับขาหรือ BC
6. ป้องกันไว้ก่อน
วิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อถูกคลื่นพัด คือ การวางแผน และการป้องกันที่ดี ทุกครั้งๆคุณควรให้ฟัง brief ก่อนลงดำน้ำทุกครั้งและให้ปฎิบัติตามคำแนะนำของลูกเรือ และให้ว่ายตามกระแสจะทำให้คุณใช้พลังงาน อากาศ และเวลาน้อยลง ทำให้คุณยังมีสามารถกำลัง อากาศ และเวลาเหลือ เพื่อกลับมาที่เรือ
การหลีกเลี่ยงเรื่องหลงทาง ได้อีกวิธีหนึ่งคือ คุณจะต้องใช้ทักษะการนำทาง ให้ใช้การนำทางโดยอาศัยธรรมชาติ เตะฟินให้ช้าลง และสังเกตรูปหินหรือปะการังที่มีลักษณะพิเศษ หรือ หินที่มีสีสัน หรือใช้หินก้อนเล็กๆ เป็นลูกศรบนพื้นทราย เพื่อให้คุณสามารถใช้เป็นตัวนำทางกลับมาที่เรือ
ยังไงก็ตามอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากคุณพบว่าตนเองถูกพัดหลุดออกจากเรือ สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่คุณสามารถทำได้คือ ทำจิตใจให้สงบ และควบคุมตนเอง อย่ากลัว ให้ลอยตัวสบายๆและจับสายตาไปที่เรือ ของคุณหรือสิ่งรอบๆข้าง ให้ใช้อุปกรณ์เพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ 
7. ทำให้ตนเองถูกมองเห็น
ข้อดีและข้อเสียของการให้อุปกรณ์เพื่อให้สัญญาณขอความช่วยเหลือบนผิวน้ำ
ส่วนใหญ่อุปกรณ์ที่ใช้ในการให้สัญญาณสามารถที่ใส่ในกระเป๋าของ BC หรือติดกับห่วงของ BC การพกอุปกรณ์ที่ให้สัญญาณขอความช่วยเหลือแบบที่มองเห็นและส่งเสียง จะทำให้คุณมีโอกาสได้รับความช่วยเหลือค่อนข้างสูงกรณีคุณถูกพลัดหลง
การมองเห็น VS การส่งเสียง เครื่องมือที่ให้สัญญาณเสียง เช่น Divealert หรือ นกหวีด จะทำให้คุณเป็นที่มองเห็นได้เร็วกว่าอุปกรณ์ชนิดที่ลอยบนผิวน้ำ กรณีแนวลาด ผู้ให้ความช่วยเหลือจะไม่ได้ยินเสียงสัญญาณ ดังนั้นกรณีนี้ อุปกรณ์แบบมองเห็นจะมีประโยชน์มากกว่า
อุปกรณ์ชนิดลอย VS กระจกให้สัญญาณ เครื่องมือชนิดที่ลอยและมีสีสว่างทำให้สามารถประมาณระยะที่คุณห่างกับเรือได้ โดยอุปกรณ์นี้สามารถมองเห็นได้ในระยะครึ่งไมล์เท่านั้น แต่ถ้าเป็นกระจก สามารถให้สัญญาณได้ไกลกว่าหลายๆกิโล
Diivealert VS นกหวีด ทั้งสองชนิดให้สัญญาณเสียง แต่Divealertจะให้สัญญาณได้ไกลกว่าถึง 2 เท่าของนกหวีด แต่ถ้าอากาศในถังของคุณหมด คุณไม่สามารถใช้Divealertได้เพราะต้องใช้อากาศจากถังอากาศ แต่ในขณะที่นกหวีดสามารถใช้ได้ทุกสถานการณ์
บทความนี้เขียนโดย Eric Douglas